ยกระดับการบริหารสินค้าคงคลังยุคใหม่ด้วยข้อมูลและความยืดหยุ่น / Data Driven & Resilient Inventory Control

-


วัตถุประสงค์ 

ในโลกธุรกิจยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน (VUCA World) การบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วยวิธีการแบบเดิม หรือการใช้เพียงสัญชาตญาณในการตัดสินใจ มักจะนำไปสู่ความสูญเปล่าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา "สต็อกบวม (Overstock)" ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดและกำไรของบริษัท หรือปัญหา "ของขาด (Stockout)" ที่ทำให้สูญเสียโอกาสในการขายและความน่าเชื่อถือ

           หลักสูตร "ยกระดับการบริหารสินค้าคงคลังยุคใหม่ด้วยข้อมูลและความยืดหยุ่น" จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อติดอาวุธให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสายคลังสินค้าและซัพพลายเชน ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่การนำข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) มาเป็นหัวใจสำคัญในการพยากรณ์ความต้องการ การจัดกลุ่มสินค้า (ABC-XYZ Analysis) และการกำหนดจุดสั่งซื้อที่ยืดหยุ่น (Dynamic ROP) ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีสมัยใหม่และเทคนิคเชิงปฏิบัติ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างต้นทุนการเก็บรักษาและระดับการให้บริการลูกค้า (Service Level) ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการบริหารสินค้าคงคลังให้มีความคล่องตัว สามารถรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดประสงค์

1. ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงการเปลี่ยนผ่านจากการจัดการสต็อกแบบเดิม สู่แนวคิดที่ผสมผสานระหว่าง JIT และ Just in Case เพื่อรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานในยุคปัจจุบัน

2. ประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อการพยากรณ์: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำเทคนิค Data Analytics และ Predictive Analytics มาใช้พยากรณ์ความต้องการ เพื่อลดผลกระทบจากปรากฏการณ์แส้ม้า (Bullwhip Effect)

3. กำหนดกลยุทธ์สินค้าคงคลังขั้นสูง: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถจัดกลุ่มสินค้าด้วยวิธี ABC-XYZ Matrix และสามารถกำหนดนโยบายการควบคุมสต็อกที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละกลุ่มได้

4. คำนวณและปรับเปลี่ยนจุดสั่งซื้อ: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถคำนวณ Safety Stock และ Reorder Point (ROP) ได้อย่างยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงความแปรปรวนของ Lead Time และฤดูกาล

5. บริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน: เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถระบุและลดความสูญเปล่าจากสต็อกล้าสมัย (Dead Stock) วางแผนการตรวจนับอย่างมีประสิทธิภาพ และออกแบบ Dashboard เพื่อติดตามและวัดผล (KPIs) ได้อย่างเป็นระบบ

หัวข้ออบรม  

Part 01: การเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์สินค้าคงคลังในยุค VUCA World

  - แนวคิด "Just in Time" สู่ความสมดุลแบบ "Just in Case" เพื่อรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน

  - ผลกระทบของธุรกิจแบบ Omnichannel ที่มีต่อการบริหารสต็อกและกระจายสินค้า

  - สต็อกบวมส่งผลต่อกระแสเงินสดและกำไรของบริษัทอย่างไร

Part 02: การพยากรณ์ความต้องการด้วยข้อมูลเชิงลึก

  - ก้าวข้ามการใช้แค่สถิติในอดีต สู่การใช้ Demand Sensing และ Predictive Analytics

  - ปรากฏการณ์แส้ม้า (Bullwhip Effect) ในยุคปัจจุบัน และวิธีใช้ Data เพื่อลดความคลาดเคลื่อน

  - เครื่องมือและเทคนิคการพยากรณ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่ Advanced Excel ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI

Part 03: กลยุทธ์การจัดกลุ่มสต็อกขั้นสูงเพื่อการโฟกัสที่แม่นยำ

  - ยกระดับจาก ABC Analysis ทั่วไป สู่การวิเคราะห์แบบ XYZ (วัดความผันผวนของความต้องการ)

  - การกำหนดนโยบายการควบคุมสต็อกที่แตกต่างกันตาม Matrix เช่น กลุ่ม AX ควบคุมเข้มงวด, กลุ่ม CZ ควบคุมแบบผ่อนปรน

  - การใช้หลักการ Standardization เพื่อลดความซ้ำซ้อนของรายการสินค้า (SKU Rationalization)

Part 04: การคำนวณ Safety Stock และจุดสั่งซื้อที่ยืดหยุ่น

  - ปัจจัยที่ซ่อนอยู่ในการตั้ง Safety Stock / ความแปรปรวนของ Lead Time และ Service Level

  - วิธีคำนวณจุดสั่งซื้อใหม่ เมื่อสถานการณ์ตลาดหรือระยะเวลาจัดส่งจากซัพพลายเออร์เปลี่ยนไป

  - การตั้ง Min & Max Inventory อย่างไรไม่ให้เป็นเพียงตัวเลขตายตัว แต่ปรับเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล

Part 05: Workshop ที่ 1 / "เจาะลึกจัดกลุ่มสต็อกทะลุมิติ"

  - ABC และ XYZ

  - Matrix

  - One Size Fits All

Part 06: การลดความสูญเปล่าและจัดการสต็อกด้อยคุณภาพ (Lean Inventory & Dead Stock Management)

  - การระบุความสูญเปล่าที่แฝงอยู่ในสินค้าคงคลัง เช่น สต็อกเสื่อมสภาพ, สต็อกล้าสมัย, สต็อกเกินความจำเป็น

  - กลยุทธ์การระบายสินค้าค้างสต็อก (Dead Stock) เพื่อเปลี่ยนของที่จมอยู่ให้กลับมาเป็นเงินสด

  - การใช้ระบบดึง (Pull System) และ Kanban เพื่อควบคุมปริมาณของที่กำลังดำเนินการ (WIP) ไม่ให้ล้นระบบ

Part 07: ความแม่นยำของสต็อกและการตรวจนับอัจฉริยะ

  - ต้นทุนแฝงที่แท้จริงจากปัญหา "ของในระบบมี แต่หน้างานหาไม่เจอ"

  - การออกแบบโปรแกรมการตรวจนับย่อยที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของคลังสินค้า

  - การบูรณาการเทคโนโลยี Barcode, RFID และ WMS เพื่อการมองเห็นสต็อกแบบเรียลไทม์

Part 08: การทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อลดภาระสินค้าคงคลัง

  - ทำความรู้จักระบบ VMI (Vendor Managed Inventory) และ Consignment / ข้อดี ข้อเสีย และวิธีนำไปใช้จริง

  - กลยุทธ์การลดระยะเวลาจัดส่ง (Lead Time Reduction) ร่วมกับซัพพลายเออร์

  - การแชร์ข้อมูลพยากรณ์กับคู่ค้า เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดการเผื่อสต็อกของทั้งสองฝ่าย

Part 09: การวัดผลและสร้าง Dashboard สำหรับนักบริหารสต็อก

  - ตัวชี้วัดที่สำคัญ (Key Metrics) / อัตราหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover), ระยะเวลาเก็บสินค้าและ Fill Rate

  - การออกแบบ Inventory Dashboard เพื่อติดตามสถานะสต็อกแบบเห็นภาพรวมและแก้ไขปัญหาได้ทันที

  - การจัดทำแผนปฏิบัติการ (90 days for action plan) เพื่อนำความรู้กลับไปยกระดับการควบคุมสต็อกในองค์กร

Part 10: Workshop ที่ 2 / "ฝ่าวิกฤตคำนวณสต็อกเมื่อโลกเปลี่ยน"

  - Lead Time

  - Safety Stock และ Reorder Point (ROP)

  - VMI (Vendor Managed Inventory)

วิทยากร


ดร.ชาคร เกษมสันต์

กำหนดการสัมมนา

รุ่นที่ 1
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 2
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 3
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 4
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 5
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 6
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 7
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท
รุ่นที่ 8
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18)
สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก / (MRT) สุขุมวิท

อัตราค่าเข้าร่วมการสัมมนา

4,300+VAT301 = 4,601 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 129 บาท)

ยิ่งอบรมมาก ยิ่งเสียภาษีน้อย ค่าอบรมสามารถลงรายจ่ายได้เพิ่มขึ้นถึง 200%

ทุกหลักสูตรจะมอบประกาศนียบัตร Certificate of Attendance ให้กับผู้เข้าสัมมนา

Scroll to Top