การจัดซื้ออะไหล่และบริหารงานซ่อมบำรุงเชิงกลยุทธ์ / Strategic Spare Parts Procurement and Maintenance Management

-


 พิิเศษสุด! เข้าอบรม 3 ท่านในคอร์สเดียวกัน รับส่วนลดท่านละ 300 บาท 

 

บทนำ

การจัดซื้ออะไหล่และงานซ่อมบำรุงเป็นหัวใจของการรักษา Operational Continuity ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน และสาธารณูปโภค ความผิดพลาดในการบริหารจัดการ เช่น สต็อกขาดในยามวิกฤต (Stock-out) หรือการสต็อกเกินจำเป็นจนเงินจม (Excess Stock) สามารถส่งผลกระทบถึงการสูญเสียกำลังการผลิตหลายล้านบาทต่อชั่วโมง การมีกลยุทธ์การจัดซื้ออะไหล่ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost จึงเป็นทักษะสำคัญของฝ่ายจัดซื้อในยุคที่ต้นทุนทุกบาทมีความหมาย

หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการบริหารอะไหล่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจำแนกอะไหล่ด้วย ABC Analysis (มูลค่า), XYZ Analysis (ความสม่ำเสมอ), FSN Analysis (Fast/Slow/Non-moving) การออกแบบ Min-Max และ EOQ (Economic Order Quantity) การบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ไปจนถึงการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing และ Service Contract ที่เหมาะสมกับองค์กร

ผ่านกรณีศึกษาจริงจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า การไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ พร้อม Workshop ที่ใช้ข้อมูลจริง จะทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบกลยุทธ์การบริหารอะไหล่ที่นำไปใช้ปฏิบัติได้ทันทีและสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้

วัตถุประสงค์

        Spare Parts Classification: เพื่อให้สามารถจำแนกอะไหล่ด้วย ABC, XYZ, FSN ในรูปแบบ 3D Cube ได้อย่างเป็นระบบ

        Inventory Optimization: เพื่อให้สามารถออกแบบ Min-Max, EOQ, Reorder Point, Safety Stock ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost

        Critical Spare Strategy: เพื่อให้สามารถบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ผ่าน Long Lead Item, Insurance Spare

        Maintenance Strategy: เพื่อให้เข้าใจการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing, Service Contract และการประเมินความคุ้มค่า

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ดูแลคลังอะไหล่ Maintenance Manager ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน สาธารณูปโภค Reliability Engineer และผู้ที่ต้องบริหารต้นทุนซ่อมบำรุงให้คุ้มค่าสูงสุด

บรรยายโดย

อ.ปัลลพ สัจจรักษ์ และ/หรือ อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล

หัวข้อการสัมมนา (09.00 - 16.00 น.)

  Module 1: Spare Parts Classification & Multi-Dimensional Analysis

        Why Classification Matters: ความสำคัญของการจำแนกอะไหล่เพื่อกำหนดกลยุทธ์การบริหารที่แตกต่าง

        ABC Analysis (Value-Based): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามมูลค่าการใช้งาน — A (80% มูลค่า), B (15%), C (5%)

        XYZ Analysis (Variability): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามความสม่ำเสมอของการใช้งาน — X (Stable), Y (Variable), Z (Erratic)

        FSN Analysis (Movement): การจำแนก Fast/Slow/Non-moving items และการจัดการ Slow Mover และ Dead Stock

        Combined ABC-XYZ-FSN: การใช้ Cube 3 มิติเพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่แม่นยำ — Critical High-Value, Routine Low-Value

  Module 2: Inventory Optimization & EOQ

        EOQ Model: การคำนวณ Economic Order Quantity เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง Ordering Cost และ Holding Cost

        EOQ Limitations: ข้อจำกัดของ EOQ ในงานจริง — Quantity Discount, Capacity Constraint, Lead Time Variability

        Min-Max System: การออกแบบจุด Reorder Point และระดับสต็อกสูงสุด พร้อม Visual Management

        Safety Stock Calculation: การคำนวณ Safety Stock โดยพิจารณา Demand Variability และ Lead Time Variability

        Service Level Target: การกำหนด Service Level Target (90%, 95%, 99%) ตามความสำคัญของอะไหล่

        ABC-Based Stock Policy: การกำหนด Stock Policy ที่แตกต่างตาม ABC — A: Tight Control, C: Loose Control

  Module 3: Critical Spare & Long Lead Item Management

        Critical Spare Identification: หลักการระบุอะไหล่ที่หากขาดจะกระทบ Operation อย่างรุนแรง — Bottleneck Equipment

        Long Lead Item Management: การบริหารอะไหล่ที่มี Lead Time นาน 6-12 เดือน — Forecast, Pre-order, Safety Stock เข้ม

        Insurance Spare: แนวคิดการสำรองอะไหล่ที่แทบไม่เคยใช้แต่ขาดไม่ได้ เช่น Generator Spare, Transformer Coil

        Vendor-Managed Inventory: การให้ Supplier บริหารสต็อกใน Site ลด Capital Tie-up

        Consignment Stock: การวางอะไหล่ของ Supplier ใน Site โดยจ่ายเงินเมื่อใช้งาน

        OEM vs Aftermarket: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าระหว่างอะไหล่แท้ (OEM) กับ Aftermarket Equivalent

  Module 4: Maintenance Strategy & Service Contract

        Maintenance Philosophy: แนวคิดการซ่อมบำรุง — Reactive, Preventive, Predictive, Reliability-Centered Maintenance (RCM)

        In-house vs Outsource: การวิเคราะห์ Make or Buy สำหรับงานซ่อมบำรุง พร้อม TCO Comparison

        Service Contract Types: รูปแบบสัญญาบริการ — Time & Material, Performance-Based, Total Productive Maintenance (TPM)

        SLA Design: การออกแบบ Service Level Agreement — Response Time, Repair Time, Uptime Guarantee

        Penalty & Bonus Structure: การจัดโครงสร้าง Penalty เมื่อ Vendor ไม่ทำตาม SLA และ Bonus เมื่อทำได้ดี

        Maintenance Cost Tracking: การติดตามและวิเคราะห์ต้นทุนซ่อมบำรุง — Direct, Indirect, Lost Production

กิจกรรม Workshop ในหลักสูตร

หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 4 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม Spare Parts Segmentation, Inventory Parameter Design, Critical Spare List และ Service Contract Design เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้เครื่องมือและแนวคิดกับสถานการณ์จริงขององค์กร และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบหลักสูตร

วิทยากร


คุณศุภโชค โชติสถิตกุล / คุณปัลลพ สัจจรักษ์

กำหนดการสัมมนา

รุ่นที่ 1
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ZOOM (เต็มวัน)
รุ่นที่ 2
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ZOOM (เต็มวัน)
รุ่นที่ 3
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ZOOM (เต็มวัน)
รุ่นที่ 4
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.
ZOOM (เต็มวัน)

อัตราค่าเข้าร่วมการสัมมนา

3,300+VAT231 = 3,531 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 99 บาท)

ยิ่งอบรมมาก ยิ่งเสียภาษีน้อย ค่าอบรมสามารถลงรายจ่ายได้เพิ่มขึ้นถึง 200%

ทุกหลักสูตรจะมอบประกาศนียบัตร Certificate of Attendance ให้กับผู้เข้าสัมมนา

 

Scroll to Top