กลยุทธ์จัดซื้อฝ่าวิกฤตซัพพลายเชน / Procurement Resilience & Crisis Management (+ Application & workshop*)
-
ความสำคัญ
ในยุคที่ "โลกผันผวนอย่างรวดเร็วและคาดเดายากกว่าในอดีต" ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือปัญหาเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งสงคราม การจัดซื้อที่เน้นแค่ "ราคาถูกที่สุด" อาจกลายเป็นจุดเสียเปรียบที่ทำให้ธุรกิจสะดุดได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการสร้างระบบจัดซื้อที่แข็งแกร่ง ให้องค์กรสามารถ "ฟื้นตัวได้เร็ว" เมื่อเจอปัญหา ผ่านการวางแผนรับมือความเสี่ยงที่เป็นระบบ การเตรียมแผนสำรองฉุกเฉิน และกลยุทธ์การจัดซื้อที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ท่านเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ต่อเนื่องแม้ในยามคับขัน
วัตถุประสงค์
1. Risk Detection (ไวต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น): มีทักษะการ ตรวจจับความเสี่ยงได้รอบทิศ สามารถมองเห็นสัญญาณอันตรายในห่วงโซ่อุปทานได้ก่อนใคร
2. Resilient Sourcing: เข้าใจกลยุทธ์การจัดซื้อที่ยืดหยุ่น เช่น การมีผู้ขายสำรอง หรือ การหาแหล่งผลิตใกล้ตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากการขนส่งทางไกล
3. BCP for Procurement: สามารถเขียน "แผนสำรองฉุกเฉิน" (BCP : Business Continuity Planning) สำหรับงานจัดซื้อโดยเฉพาะ เพื่อให้ทำงานต่อได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
4. Crisis Leadership: กล้าตัดสินใจและสื่อสารได้แม่นยำในภาวะวิกฤต เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของคู่ค้าและองค์กร
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ, ทีมบริหารซัพพลายเชน, และผู้ที่ต้องดูแลความเสี่ยงขององค์กร
***การบรรยายมีเพิ่มเติมความเข้าใจและนำไปใช้ได้จริงจากการเรียนผ่าน Application และ Workshop***
หัวข้อสัมมนา
Module 1: การตรวจจับความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk Assessment)
● The Vulnerability Map: สำรวจจุดเปราะบางของบริษัทเรา (จุดไหนที่ถ้าพังแล้วงานสะดุดทันที)
● Risk Categorization: แยกประเภทภัยคุกคาม (เช่น ภัยธรรมชาติ, ซัพพลายเออร์ขาดสภาพคล่อง, ปัญหาการขนส่ง)
● Supplier Risk Profiling: วิธีเช็คสุขภาพทางการเงินและความมั่นคงของซัพพลายเออร์ก่อนที่จะสายเกินไป
● Workshop 1: Risk Heat Mapping:
- ฝึกสร้าง "แผนที่ความเสี่ยง" เพื่อจัดลำดับว่าเรื่องไหน "โอกาสเกิดบ่อย" และ "เสียหายหนัก" ต้องรีบจัดการก่อน
Module 2: กลยุทธ์การจัดหาเพื่อความยืดหยุ่น (Strategic Sourcing for Resilience)
● Single vs. Multi-Sourcing: เทคนิคการถ่วงน้ำหนักระหว่าง "ซื้อเจ้าเดียวราคาถูก" กับ "ซื้อหลายเจ้าเพื่อความปลอดภัย"
● Sourcing Strategy: กลยุทธ์กระจายความเสี่ยง เช่น
- Nearshoring: การขยับฐานการซื้อมายังประเทศเพื่อนบ้านหรือในไทย เพื่อลดความเสี่ยงการขนส่งข้ามทวีป
- Safety Stock: การคำนวณสต็อกสำรองที่เหมาะสมสำหรับช่วงวิกฤต
● Contract Clauses: การระบุเงื่อนไขในสัญญาเพื่อคุ้มครองบริษัทเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย
● Workshop 2: Sourcing Strategy Matrix:
- วิเคราะห์สินค้าในมือ เพื่อเลือกว่าตัวไหนควรเน้น "ลดต้นทุน" ตัวไหนควรเน้น "ความปลอดภัย"
Module 3: แผนสำรองฉุกเฉินงานจัดซื้อ (Procurement BCP)
● BCP Framework: ส่วนประกอบสำคัญของแผนสำรอง (ป้องกัน - รับมือ - ฟื้นฟู)
● Critical Supplier Identification: การระบุรายชื่อซัพพลายเออร์ที่ "ขาดไม่ได้" และต้องมีแผนสำรองทันที
● Crisis Communication: ใครต้องรู้อะไรบ้าง? ลำดับการแจ้งข่าวสารเมื่อเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้โกลาหล
● Workshop 3: Crisis Simulation (สถานการณ์จำลอง):
- จำลองเหตุการณ์จริง (เช่น โรงงานซัพพลายเออร์ไฟไหม้) แล้วฝึกงัดแผนสำรองมาใช้แก้ปัญหาหน้างาน
Module 4: การฟื้นฟูและการเฝ้าระวัง (Recovery & Monitoring)
● Post-Crisis Recovery: ขั้นตอนการกู้สถานการณ์และฟื้นความสัมพันธ์กับคู่ค้าให้กลับมาเป็นปกติ
● Early Warning System: การตั้งจุดสังเกตเพื่อเป็น "สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า" ก่อนภัยจะมาถึงตัว
● Agile Mindset: การปรับทีมจัดซื้อให้ตัดสินใจเร็ว ลดขั้นตอนยุ่งยากเมื่อต้องแข่งกับเวลา
● Workshop 4: Designing Risk Dashboard:
- ออกแบบหน้าจอสรุปความเสี่ยงแบบง่ายๆ ให้ทีมงานดูแล้วรู้ทันทีว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร
วิทยากร
คุณศุภโชค โชติสถิตกุล / คุณปัลลพ สัจจรักษ์
กำหนดการสัมมนา
| รุ่นที่ 1 |
|
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18) สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก โรงแรมอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 |
| รุ่นที่ 2 |
|
วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18) สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก โรงแรมอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 |
| รุ่นที่ 3 |
|
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. โรงแรม แรมแบรนดท์ (สุขุมวิท 18) สถานีรถไฟฟ้า (BTS) อโศก โรงแรมอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 |
อัตราค่าเข้าร่วมการสัมมนา
| 4,300+VAT301 = 4,601 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 129 บาท) |
(รวมเอกสารประกอบการบรรยาย อาหารว่างและอาหารกลางวัน)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ยิ่งอบรมมาก ยิ่งเสียภาษีน้อย ค่าอบรมสามารถลงรายจ่ายได้เพิ่มขึ้นถึง 200%






